จอประสาทตาหลุดลอก (Retinal Detachment)

- อะไรคือ Floater

ในบางครั้งเวลาเรามอง อาจจะมีความรู้สึกเหมือนมีเงาดำ ๆ ลอยไปมาตรงหน้า และผ่านเข้ามาในขอบเขตของการมองเห็นหรือลานสายตา (Visual Field) สิ่งนี้เรียกว่า "floater" ซึ่งรู้สึกได้บ่อยครั้งขึ้น เวลามองที่พื้นผิวที่เรียบ ๆ เช่น กระดาษเปล่าสีขาว, ฝาผนังสีพื้น หรือท้องฟ้า เงาดำที่เห็นลอยไปมา หรือ floater นี้แท้จริงแล้ว คือ ส่วนของน้ำวุ้นตาที่ขุ่นเป็นจุด, ก้อน หรือเส้น หรือมีเซลล์อยู่ภายใน (น้ำวุ้นตา หรือ Vitreous เป็นส่วนที่บรรจุอยู่ภายในลูกตา โดยปรกติจะเป็นวุ้นใส ช่วยให้ลูกตาคงรูป และภาพผ่านไปตกที่จอประสาทตาได้ชัดเจน)
ขณะที่เรารู้สึกว่า เวลามองแล้วเหมือนมีอะไรลอยไปมาตรงหน้า แท้จริงแล้ว สิ่งที่เห็นนั้น ลอยอยู่ภายในลูกตาเราเอง แล้วทำให้เกิดเงามาตกบนจอประสาทตาด้านหลังลูกตา เราจึงรู้สึกถึง floater ได้ floater อาจมีรูปร่างแตกต่างได้หลายแบบ เช่น เป็นจุดเล็ก ๆ เป็นวงกลม เป็นเส้น หรือเป็นกลุ่มก้อนเงาคล้ายกับก้อนเมฆ หรือรวงผึ้ง

- Floater เกิดจากสาเหตุอะไร

เมื่อคนเราเข้าสู่วัยกลางคน น้ำวุ้นลูกตา (Vitreous) จะเริ่มมีการหดตัว และหนาตัวเป็นจุด หรือเส้นภายในลูกตา การหดตัวของน้ำวุ้นตา จะทำให้น้ำวุ้นตาแยกจากจอประสาทตาด้านหลัง เรียกว่า Posterior vitreous detachment ทำให้มีเงาดำ หรือ floater เกิดขึ้น
ภาวะPosterior vitreous detachmentนี้ พบได้มากในคนที่มีสายตาสั้น ,ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก ฉายแสงเลเซอร์ YAG หรือ มีการอักเสบภายในลูกตา การมี floater เกิดขึ้นทันทีทันใด ถือเป็นอาการเตือนอย่างหนึ่งที่ควรไปรับการตรวจจากจักษุแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามี floater ใหม่ เกิดขึ้นในคนที่มีอายุมากกว่า 45 ปี

- Floater มีความสำคัญอย่างไร

การหดตัวของน้ำวุ้นตา ก่อให้เกิดแรงดึงที่จอประสาทตา ถ้าแรงดึงนี้มีมากอาจทำให้จอประสาทตาฉีกขาด (Retinal tear) ได้ ในบางครั้ง การฉีกขาดของจอประสาทตา ทำให้มีเลือดออกในน้ำวุ้นตา ซึ่งจะรู้สึก ถึงการเกิด floater อย่างทันทีทันใด การที่จอประสาทตาฉีกขาด ถือเป็นปัญหาสำคัญ เพราะก่อให้เกิดจอ ประสาทตาหลุดลอก (Retinal detachment) ตามมา และทำให้การมองเห็นเสียไปในที่สุด
ดังนั้น จึงควรพบจักษุแพทย์ ถ้ามีอาการต่อไปนี้
  • รู้สึกว่ามีเงาดำ หรือ floater ใหม่ เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด
  • รู้สึกมีแสงแปล๊บคล้ายไฟแฟลชกล้องถ่ายรูป (flashing) เกิดขึ้นในลูกตา
หรือหลังการตรวจถ้ามีอาการมองเห็นผิดปรกติอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น การมองเห็นทางด้านข้างเสียไปหรือลานสายตาแคบลง ควรกลับไปพบจักษุแพทย์ เพื่อรับการตรวจว่ามีจอประสาทตาฉีกขาด หรือหลุดลอกหรือไม่

- ควรทำอย่างไรเมื่อมี Floater

โดยปรกติ คนที่มี floaterก็ยังมีการเห็นชัดเจนปรกติ ความรู้สึกที่มีเงาดำลอยไปมา จะค่อย ๆ ลดลงไปเอง เมื่อเวลาผ่านไป และก่อให้เกิดความรำคาญน้อยลง แม้ว่าในบางคนอาจยังรู้สึกได้เป็นปี แต่ถ้ามี Floater ใหม่เกิดขึ้น ก็ควรได้รับการตรวจจากจักษุแพทย์ทันที

- ทำไมถึงมี Flashing

ในขณะที่น้ำวุ้นลูกตาหดตัว และแยกตัวออกจากจอประสาทตาที่ผนังลูกตา จะเกิดการดึงรั้ง ซึ่งกระตุ้นสัญญาณรับภาพที่จอประสาทตา ทำให้รู้สึกเหมือนมีแสงไฟเกิดขึ้นในตา ซึ่งอาจรู้สึกเป็น ๆ หาย ๆ อยู่ได้หลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือน อาการรู้สึกถึงแสงไฟในตา หรือ flashing นี้ พบได้ เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ซึ่งถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ก็ควรไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจดูว่า มีจอประสาทตาฉีกขาด หรือไม่

- การตรวจจอประสาทตา (Retinal Examination)

เมื่อไปรับการตรวจจอประสาทตา คนไข้จะได้รับการหยอดยาขยายม่านตา เพื่อให้จักษุแพทย์ สามารถตรวจน้ำวุ้นตา และจอประสาทตาได้อย่างละเอียดด้วยกล้องตรวจ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่เจ็บปวด และเนื่องจากม่านตาถูกขยาย จะทำให้เกิดอาการพร่ามัวไปหลายชั่วโมงหลังการตรวจ คนไข้จึงควรมีบุคคลที่จะช่วยพากลับบ้านด้วย
อาการ floater / flashing เป็นสิ่งที่พบได้เสมอ ๆ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น และไม่ใช่ทั้งหมดของ floater / flashing จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อการมองเห็น คนไข้จึงควรได้รับการตรวจจากจักษุแพทย์ว่า อาการดังกล่าว ก่อให้เกิดผลเสียต่อจอประสาทตาหรือไม่

- การรักษา

โดยส่วนใหญ่บริเวณฉีกขาดมักเกิดขึ้นบริเวณขอบจอประสาทตา (Peripheral retina tear) ซึ่งยังไม่กระทบต่อการมองเห็น การรักษาโดยการทำให้จอประสาทตาที่ฉีกขาดติดกลับไปกับผนังลูกตา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหลุดลอกของจอประสาทตา ทำได้โดยการฉายแสงเลเซอร์ที่ก่อให้เกิดความร้อน (Laser photocoagulation) หรือจี้ด้วยความเย็น (Cryocoagulation) และอาจจะได้รับการฉีดกาซที่คงตัวอยู่ได้นาน เข้าในลูกตา เพื่อไปกดจอประสาทตาที่ขาดให้ติดกับผนังลูกตาร่วมด้วย โดยจักษุแพทย์จะพิจารณาวิธีการที่เหมาะสมกับคนไข้เป็นราย ๆ ไป
ในกรณีที่มีหลุดลอกของจอประสาทตา (Retinal detachment) การรักษาขึ้นกับความรุนแรงและระยะเวลาที่เกิดโรค โดยคนไข้อาจได้รับการรักษาแค่
  • การฉายแสงเลเซอร์ (Photocoagulation) หรือจี้ความเย็น (Cryocoagulation) ร่วมกับการฉีดกาซ (Pneumoretinoplexy) หรือต้องทำการผ่าตัด
  • ผ่าตัดหนุนผนังลูกตา (Scleral buckling)
  • ผ่าตัดน้ำวุ้นตา, จอประสาทตา (Par Plana Vitrectomy)
  • ใส่สารกดทับจอประสาทตา(Endotamponade) เช่น siliconeoil, Perfluorohexyloctane

การผ่าตัดรักษาให้จอประสาทตาที่หลุดลอกติดกลับเป็นปรกตินั้น จะช่วยลดความสูญเสียการมองเห็นไม่ให้เพิ่มมากขึ้น และทำให้การมองเห็นฟื้นตัวดีขึ้นได้ แต่ผลการมองเห็นหลังรักษาจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งการฟื้นตัวของเซลล์ที่จอประสาทตาเองด้วย