รู้จัก ศูนย์จักษุรักษาสวนจิตรลดา

 
ศูนย์จักษุรักษาสวนจิตรลดา เป็นหน่วยงานราชการในสังกัด สำนักพระราชวัง ตั้งอยู่ในพระราชวังสวนจิตรลดา
เดิมการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคตา ของฝ่ายแพทย์หลวงสวนจิตรลดา กองแพทย์หลวง สำนักพระราชวัง เป็นงานในส่วนห้องตรวจตา แผนกผู้ป่วยนอก ให้การตรวจรักษาโรคตาแก่ข้าราชบริพาร ข้าราชการสำนักพระราชวัง และครอบครัว มีจักษุแพทย์ ๑ คน ผู้ช่วยพยาบาล ๑ คน และมีเครื่องมือตรวจตาแบบพื้นฐานเพียง ๑ เครื่อง สามารถตรวจรักษาได้เพียงเบื้องต้นในโรคตาทั่วไปที่ไม่เป็นอันตราย ไม่สามารถให้การรักษาโรคที่จะก่อให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นได้ ต้องส่งตัวผู้ป่วยไปรับการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกเป็นส่วนใหญ่ จึงให้บริการได้อย่างจำกัด ทำให้มีผู้ป่วยมารับการตรวจรักษาน้อยมาก วันละไม่ถึง ๑๐ คน เพราะคนไข้คิดว่า ถึงอย่างไรก็ต้องไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลอยู่ดี ต่อมาในปี ๒๕๓๘ เมื่อ นายแพทย์ ยุทธนา สุคนธทรัพย์ เข้ารับหน้าที่จักษุแพทย์ ประจำกองแพทย์หลวง แทนจักษุแพทย์ท่านเดิมที่เกษียณอายุราชการ และได้รับพระราชเสาวนีย์ให้เป็นจักษุแพทย์ประจำขบวนเสด็จฯ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงได้พยายามปรับปรุงขีดความสามารถในการตรวจรักษาโรคตาของกองแพทย์หลวง ให้สามารถรักษาได้ครอบคลุมแทบทุกโรคที่โรงพยาบาลระดับมหาวิทยาลัยรักษาได้ โดยขอความร่วมมือจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในการนำผู้ป่วยไปตรวจเบื้องต้นด้วยเครื่องมือพิเศษต่างๆที่ทางกองแพทย์หลวงไม่มี ตลอดจนขอใช้ห้องผ่าตัดตาของโรงพยาบาลรามาธิบดี ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยของกองแพทย์หลวง ซึ่งมีทั้ง ข้าราชบริพาร ข้าราชการสำนักพระราชวัง ตลอดจนผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ จนทำให้มีจำนวนผู้ป่วยมาขอรับการรักษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๐ ได้รับพระราชทานเครื่องมือตรวจตาชุดใหม่จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจที่ห้องตรวจตาของกองแพทย์หลวงได้มากและทันสมัยยิ่งขึ้น
เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยจากกองแพทย์หลวงที่ต้องนำไปตรวจเพิ่มเติม และผ่าตัดรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีมีจำนวนมากขึ้น จนเริ่มเป็นภาระต่อการทำงานปกติของโรงพยาบาลรามาธิบดี ในปีพ.ศ.๒๕๔๔ จึงได้ทดลองปรับปรุงห้องตรวจตา และห้องผ่าตัดเล็ก ของกองแพทย์หลวง ให้สามารถทำการรักษาด้วยการฉายแสงเลเซอร์ และผ่าตัดตาแบบปลอดเชื้อ เช่น การผ่าตัดต้อกระจกได้ โดยขอยืมเครื่องมือสำหรับใช้สาธิตของบริษัทเครื่องมือแพทย์มาใช้ในการรักษา และขอความร่วมมือบุคลากรประจำห้องผ่าตัดตา โรงพยาบาลรามาธิบดี มาช่วยผ่าตัดนอกเวลาราชการในตอนเย็น ผลปรากฏว่า สามารถให้บริการรักษาผ่าตัดตาผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี และมีผู้ป่วยเข้ารับบริการตรวจรักษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในขณะนั้นคลินิกตา กองแพทย์หลวง มีเพียงจักษุแพทย์ ๑ คน และพยาบาลอีก ๑ คน เป็นผู้รับผิดชอบงานทั้งหมด ทำให้เห็นได้ว่า คลินิกตาสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการได้ ถ้ามีความพร้อมทางด้านเครื่องมือ และบุคลากรที่เพียงพอ
ในปี ๒๕๔๕ สำนักพระราชวัง จึงได้ดำเนินการก่อสร้าง ศูนย์จักษุรักษาสวนจิตรลดา ขึ้นบนพื้นที่ว่างด้านหลังตึกผู้ป่วยนอกของกองแพทย์หลวง เป็นอาคารหนึ่งชั้น มีพื้นที่ประมาณ ๔๐๐ ตารางเมตร มีห้องผ่าตัด ๒ ห้อง ห้องตรวจ ๔ ห้อง ถวายเป็นพระราชกุศลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๕ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานเครื่องมือจักษุแพทย์ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลน้อมเกล้าฯ ถวายมูลค่ารวม ๑๔ ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานของศูนย์จักษุฯ อันประกอบด้วย
  • ชุดเครื่องมือตรวจวินิจฉัยโรคทางตาชนิดต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงและทันสมัย
  • ชุดกล้องผ่าตัดตา พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการผ่าตัดตา
  • ระบบคอมพิวเตอร์ทางการแพทย์สำหรับงานด้านจักษุแพทย์โดยเฉพาะ
ทำให้ศูนย์จักษุรักษาสวนจิตรลดา เป็นสถานพยาบาลรักษาเฉพาะโรคตาที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น มีเครื่องมือตรวจรักษาตาที่ครบถ้วน และเป็นแห่งแรกที่ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์บันทึกข้อมูลผู้ป่วยโรคตาโดยเฉพาะที่เป็นภาษาไทย (โดยพัฒนาจากซอฟท์แวร์ประเภท Opensource ซึ่งอนุญาตให้ใช้งานและแก้ไขได้ ชื่อ HospitalOS) ทำให้แพทย์สามารถดูประวัติผู้ป่วยพร้อมรายละเอียดการตรวจทุกครั้ง รวมทั้งภาพถ่ายจอประสาทตาและภาพวิเคราะห์ภายในตาของผู้ป่วยได้ตลอดเวลา จากทุกจุดภายในอาคารศูนย์ฯ และถึงแม้แพทย์จะอยู่ในสถานที่อื่น อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ก็ยังสามารถขอดูข้อมูลและภาพจากเครื่องตรวจตาได้ด้วยการส่งข้อมูลเฉพาะผ่านระบบอินเตอร์เน็ต


ศูนย์จักษุรักษาสวนจิตรลดา ได้เริ่มให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๕ มีนายแพทย์ ยุทธนา สุคนธทรัพย์ เป็นหัวหน้าศูนย์ฯและเป็นจักษุแพทย์ผู้ตรวจรักษาประจำศูนย์ฯ รวมทั้งมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่รวมทั้งหมด ๙ คน โดยมุ่งเน้นการตรวจรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยหายจากโรคได้มากที่สุด เท่าที่เทคโนโลยีและวิวัฒนาการทางการแพทย์ปัจจุบันจะสามารถทำได้
โดยในส่วนอาคารทำการของศูนย์จักษุฯ มีระบบอาคารสถานพยาบาลที่ทันสมัย เช่น ระบบปรับอากาศปลอดเชื้อแบบควบคุมความดันอากาศภายในห้องตามมาตราฐานสากลของห้องผ่าตัด ระบบการช่วยหายใจแบบเดินท่อกรณีฉุกเฉิน ระบบป้องกันความชื้นที่จะทำความเสียหายให้เครื่องมือตรวจและเครื่องมือผ่าตัดตา แม้แต่การวางผังอาคารส่วนรอตรวจ ก็จัดให้มีความโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด เป็นการดูแลผู้ป่วยทางด้านจิตวิทยา ซึ่งผู้ป่วยมักจะมีความเครียดและไม่สบายใจจากโรคที่เป็นอยู่แล้ว บรรยากาศที่โปร่งสบายไม่อับทึบจะช่วยให้มีความรู้สึกผ่อนคลายขณะรอรับการตรวจรักษาได้บ้าง
ในส่วนของเครื่องมือแพทย์ ได้เน้นใช้เครื่องมือตรวจรักษาที่ทันสมัยที่สุดสำหรับโรคที่เป็นสาเหตุหลักของตาบอดในประเทศไทย เช่น โรคต้อกระจก, ต้อหิน และโรคทางจอประสาทตา ร่วมกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูลประวัติการตรวจรักษา (HIS) และเก็บข้อมูลภาพ (PACS) จากเครื่องถ่ายภาพและตรวจวิเคราะห์ตา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจติดตามโรคที่เป็นเรื้อรัง และมีอันตรายต่อการมองเห็น เช่น โรคต้อหิน, โรคจอประสาทตาเสื่อม, โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
ในกรณีที่เป็นโรคที่รักษายาก หรือต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคต่าง ๆ ก็ได้รับความร่วมมือจากจักษุแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ มาช่วยในการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน ในปัจจุบันศูนย์จักษุ ฯ มีจักษุแพทย์ที่เป็นอาสาสมัคร ๕ ท่าน มาช่วยดูแลผู้ป่วยเฉพาะโรค เช่น โรคทางจอประสาทตา, กระจกตาดำ, ท่อน้ำตา, ความผิดปกติของเปลือกตาและความพิการรอบดวงตา การรักษาสายตาผิดปรกติด้วยแสงเลเซอร์ หรือการผ่าตัดเป็นต้น นอกจากนี้ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทางการแพทย์ของศูนย์ฯ ยังสามารถส่งประวัติและรูปความผิดปกติของดวงตาที่รักษาได้ยากไปปรึกษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังโรงพยาบาลต่างๆ ได้ทั้งในและต่างประเทศ
ด้วยการดำเนินงานที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาโรคของศูนย์จักษุฯโดยไม่เลือกผู้ป่วย ทำให้ในปัจจุบันมีผู้ป่วยมารับการรักษาที่ศูนย์จักษุฯ เป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแต่ครอบครัวข้าราชบริพาร และข้าราชการในพระองค์เท่านั้น แต่รวมถึงผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ และผู้ป่วยที่ถูกส่งตัวมาขอรับการตรวจพิเศษเพิ่มเติม หรือรักษาต่อจากโรงพยาบาลต่างๆด้วย ศูนย์จักษุฯได้ให้บริการตรวจรักษาคนไข้ในแต่ละปีมากกว่า ๖,๕๐๐ ราย ผ่าตัดตาไปแล้วเกือบ ๒,๐๐๐ ตา จนกระทั่งถึงกลางปี ๒๕๔๙ ศูนย์จักษุฯมีแพทย์ประจำเพิ่มอีก ๒ คน มีพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เภสัชกรและเจ้าหน้าที่รวมทั้งหมด ๒๒ คน การปรับปรุงและพัฒนาด้านบุคลากร จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ศูนย์จักษุรักษาสวนจิตรลดาสามารถคงประสิทธิภาพและพัฒนาการตรวจรักษาที่ดีต่อไปได้ ตามเจตนารมย์เมื่อเริ่มก่อตั้ง ที่จะให้บริการตรวจรักษาที่ดีที่สุด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ